ปกติแล้วระยะหลังคลอด เมื่อเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง ร่างกายจะมีการปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติได้เอง เหมือนก่อนการตั้งครรภ์ โดยต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะหนึ่ง แต่ยังคงทิ้งร่องรอยของการตั้งครรภ์และคลอดบุตรให้เห็นอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่พึงปรารถนา เช่น มีไขมันหน้าท้องมาก ผิวหน้าตกกระ ด่างดำ ผิวหนังบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบดำคล้ำ หน้าท้องหย่อนยาน ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ หลังและน่อง อ่อนล้าไม่กระปรี่กระเปร่า โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่านการมีบุตรมาแล้ว 1-2 คน และไม่ได้อยู่ไฟ เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง จะมีอาการหนาวสะท้านเมื่อเจอฝนหรือความเย็น ซึ่งเกิดจากการเสียสมดุลภายในร่างกาย คุณแม่รุ่นใหม่หลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอด ก็มีอาการเช่นว่านี้เหมือนกัน พอนานวันเข้าก็กลายเป็นคนสุขภาพไม่แข็งแรง มีโรคภัยไข้เจ็บมารบกวนอยู่บ่อย ๆ บางคนถึงขนาดบอกว่า " ถ้าไม่เจอกับตัวเอง ก็คงไม่รู้เหมือนกันว่า จะมีอาการเช่นนี้จริง เหมือนอย่างที่โบราณบอกไว้ "
สิ่งเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดด้วยการบอกเล่า ประกอบกับความเชื่อตามวัฒนธรรมเดิม โดยยายบอกแม่ แม่บอกลูก กล่าวกันว่าถ้าได้อยู่ไฟแล้ว จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและส่งผลดีต่อสุขภาพทุกอย่าง ดังนั้น หญิงหลังคลอดจึงต้องหาวิธีฟื้นฟูร่างกายให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เหมือนก่อนการตั้งครรภ์ด้วยการ “อยู่ไฟ “
ในอดีต คำว่า “อยู่ไฟ “ ดูจะมีความหมายครอบคลุมทุกกิจกรรมในการดูแลหลังคลอด ได้แก่การนอนผิงไฟข้างกองไฟ การนาบอิฐ ทับหม้อเกลือ การนวดหลังคลอด การเข้ากระโจมอบไอน้ำสมุนไพร การประคบเปียกตามเต้านมและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนน้ำที่เหลือจะผสมให้อุ่น แล้วอาบ ต่อจากนั้นจึงมานั่งถ่านให้ฝีเย็บแห้ง ซึ่งจะใช้เวลาทั้งวันปฏิบัติซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกันทุกวัน ในบางกิจกรรมอาจจะไม่ได้ทำทุกวัน ใครสามารถอยู่ไฟได้นานที่สุด เชื่อว่าจะมีสุขภาพหลังคลอดดีกว่าคนที่อยู่ไฟได้น้อย
การอยู่ไฟ จะเน้นเรื่องความแข็งแรงของร่างกายให้ฟื้นตัวได้เร็ว เพื่อให้สามารถทำงานได้ โดยไม่มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำให้ท้องยุบเร็ว น้ำคาวปลาไหลออกได้ดีและมดลูกแห้งเร็ว ในสมัยโบราณการอยู่ไฟจะมีญาติพี่น้อง หรือหมอตำแยมาทำให้ที่บ้าน ส่งผลให้หญิงหลังคลอดเกิดความอบอุ่น ช่วยให้สุขภาพใจและกายดีขึ้นตามไปด้วย
ในปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไป คุณแม่ส่วนใหญ่จะให้ความสนใจเรื่องความงามหลังคลอดมากกว่าเรื่องสุขภาพ การดูแลในระยะหลังคลอดจึงได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติและการให้บริการ เพื่อให้เกิดความสะดวกและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของผู้รับบริการด้วยเช่นกัน