>meta ruennarumon.com="verify-v1"











 
โปรโมชั่นประจำเดือน พฤษภาคม 2555
รับส่วนลดสูงสุดถึง 25% เมื่อจองคอร์สล่วงหน้า
พร้อมรับของสมนาคุณประจำเดือนตามเงื่อนไข
ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่มาอุดหนุนสินค้าและบริการค่ะ

ให้คำปรึกษาก่อนการอยู่ไฟ โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สาขาการแพทย์แผนไทย ฟรี.

Call Center 02-732-2400 , 081-311-2446

 

 

 

 

สินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >>> ทำไมต้องอยู่ไฟ

ทำไมต้องอยู่ไฟ

การอยู่ไฟหลังคลอด

ประเพณีอยู่ไฟของหญิงหลังคลอดมีมาช้านานแล้ว เหตุที่ต้ออยู่ไฟหลังคลอดเพราะ เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ระบบฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้มีการขยายตัวของเส้นเลือด รูขุมขน เมื่อเด็กในท้องโตขึ้นเท่าไหร่ระบบฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ก็จะทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเป็นลำดับ สังเกตุเห็นได้ว่า คุณแม่ทีท้องส่วนใหญ่จะขี้ร้อนเพราะระบบเผาผลาญถูกกระตุ้นให้ทำงานเพิ่มขึ้น จึงทำให้มีความรู้สึกร้อนมากกว่าในคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เนื่องจาก ระบบปิตะ(ความร้อน) วาตะ(ลม) เสมหะ(น้ำเสลด) ในร่างกายเกิดความไม่สมดุลกัน เพราะมีอีกชีวิตเกิดขึ้นในท้องด้วย จึงทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าปกติ ในเวลาใกล้คลอด ซึ่งแม้แต่เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ก็ขยายตัวออกอย่างมาก ขณะที่คลอดบุตรออกมา ความร้อนในร่างกายก็จะไหลออกมาด้วย จึงทำให้ความเย็นจากภายนอกไหลเข้าไปแทนทีความร้อนที่ไหลออกมา ทางรูขุมขนที่ยังเปิดขยายตัวอยู่

จึงทำให้ความเย็นในร่างกายมีมากกว่าความร้อน ด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงต้องอยู่ไฟหลังคลอด เพื่อนำความร้อนเข้าไปปรับอุณหภูมิภายในร่างกายในเกิดความสมดุลระหว่างความร้อนและความเย็น เพื่อให้ร่างกายคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว

อาหารสำหรับคุณแม่หลังคลอด

ประเพณีการดูสุขภาพหลังคลอดทั้งของไทยและจีนโบราณ  มีส่วนคล้ายคลึงและแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น อาหารหลังคลอดของจีนจะเป็นประเภทอาหารบำรุง เช่น ไก่ดำตุ๋นยาจีน ไก่ผัดขิง กระเพาะหมูตุ๋นพริกไทยดำ ปลาช่อนตุ๋น จะไม่นิยมอาหารที่เป็นของเย็น  สำหรับอาหารไทยของคุณแม่หลังคลอด นิยมแกงเลียงหัวปลี เพราะจะทำให้เพิ่มน้ำนมได้มากยิ่งขึ้น ส่วนชาวชนบทจะนิยมรบประทานปลาช่อนแห้งกับข้าวต้มร้อน ๆ เพื่อขับเหงื่อระบายของเสียออกจากร่างกาย และไม่นิยมรับประทานของเย็นเช่นเดียวกัน

อาหารที่เหมาะสมที่นิยมปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น

  • แกงเลียง ซึ่งมีส่วนประกอบของสมุนไพรหลายชนิดโบราณเชื่อว่าเป็นยาประสะน้ำนมสำหรับสตรีหลังคลอด ทำให้น้ำนมบริบูรณ์
  • หัวปลี รสฝาด แก้โรคกระเพาะอาหาร แก้โรคโลหิตจาง ลดน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวาน บำรุงน้ำนม
  • เมล็ดขนุน รสมัน บำรุงน้ำนม ขับน้ำนม บำรุงกำลั ต้องต้มหรือเปาให้สุกก่อนรับประทานเป็นอาหารที่มีแป้งมาก
  • ผัดดอกกุ๋ยฉ่ายกับตับหมู
  • ผัดขิงกับหมู เป็นต้น

ขอแนะนำอาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ที่มีประโยชน์ ได้แก่

  • ผักกาดขาว ให้คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน โฟเลต ในผักกาดขาวจำเป็นต่อการสร้างระบบเส้นประสาททารกในครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก ดีต่อการสร้างสารพันธุ์กรรมและเม็ดเลือดแดง
  • ถั่วฝักยาว เป็นผักสดแกล้มกับลาก ส้มตำ น้ำตก น้ำพริกต่างๆ หรืออาจนำมาแกงส้ม มีไฟเบอร์ช่วยลดคอลเลสเตอร์รอล บำรุงเลือด มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี

กรณีคุณแม่ไม่ได้อยู่ไฟ เมื่ออายุมากขึ้นจะมีอาการที่พอสรุปได้ดังนี้

  1. มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดกระดูก
  2. ชาตามปลายมือ ปลายเท้า ขาไม่มีกำลังเวลาเดิน
  3. มีอาการหนาวสั่น เมื่อฝนตกหรืออากาศเย็น
  4. ประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำให้เลือดลมไม่ดี เนื่องจากเกิดเลือดเสียแล้วขับออกไม่หมดหลังคลอด
  5. มีตกขาวหรือประจำเดือนเป็นลิ่มเป็นก้อนสีดำ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์
  6. มดลูกหย่อนยานไม่กระชับ
  7. มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับเลือดลมของผู้หญิง
  8. เกิดแก๊สในกระเพาะ ระบบย่อยไม่ดี
  9. ผิวพรรณไม่สดใส หยาบกร้าน หมองคล้ำ เกิดฝ้าเลือดบนใบหน้า
  10. เกิดปัญหาวัยทอง โดยช่วงระยะก่อนหมดประจำเดือน ประมาณอายุ 48-52 ปี หงุดหงิดง่าย ปัญหาระบบกระดูกพรุน

ดังนั้น การดูแลสุขภาพคุณแม่หลังคลอดถือเป็นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษของไทยที่ได้สร้างแบบอย่างของวิธีปฏิบัตินี้ ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ปฏิบัติตามใน 30 วันแรกหลังคลอด  ซึ่งในสมัยโบราณใช้เวลาในการดูแลสุขภาพถึง 1 เดือน การจะทำให้สภาวะหลังการคลอดเข้าสู่ปกติได้ดีนั้น จะต้องมีกระบวนการที่ซับซ้อนและจำเป็นจะต้องได้รับการปฏิบัติให้ถูกต้อง  การจะอยู่ไฟหรือไม่ จึงเป็นความสบายใจของผู้ที่เลือกรับการบริการ

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการอยู่ไฟ 

ในการอยู่ไฟจะต้องมีระยะเวลาที่เหมาะสม ท่านบอกว่าการอยู่ไฟอยู่ได้นานเท่าไรยิ่งดี จะมีผลดีกับสุขภาพของแม่อย่างมาก คนที่อยู่ไฟไม่ได้คือคนที่ไม่ได้อยู่ไฟเลยหรืออยู่ไฟได้ไม่ครบกำหนด  ก็จะเกิดปัญหากับร่างกาย ได้มีการกำหนดระยะเวลาในการอยู่ไฟที่เหมาะสมดังนี้

  • ลูกคนแรก(ท้องแรกคุณแม่ยังสาว)  ท่านให้อยู่ไฟนาน ๆ อย่างน้อยที่สุดให้ได้ 15 วัน ( 1 เดือนจะดีที่สุด)
  • ลูกคนที่สอง ท่านให้อยู่ไฟให้ได้ 13-14 วัน
  • ลูกคนที่สาม ท่านให้อยู่ไฟให้ได้อย่างน้อย 10-11 วัน
  • ลูกคนต่อ ๆ ไปก็ลดลงมาเรื่อย ๆ แต่ไม่ควรต่ำกว่า 7  วัน

การอยู่ไฟนับได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก สำหรับหญิงหลังคลอดลูกใหม่ ๆ ท่านบอกว่าไม่มียาดีใด ๆ ที่จะมาใช้แทนการอยู่ไฟได้  เพราะการใช้ยาอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟูสุขภาพของแม่ลูกอ่อน จะต้องใช้ยาและการอยู่ไฟร่วมกัน จึงจะทำให้การฟื้นฟุสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : ตัดตอนมาจาก คู่มือวารีบำบัด ศูนย์ฝึกอบรมไทยสัปปายะ มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา

by Ruen Narumon

 




Total: 0: